วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ครั้งที่ 12
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559
บรรยากาศในห้องเรียน
วันนี้เริ่มด้วยการส่งของเล่นจากที่ทำมาและแก้ไขครั้งที่แล้ว
วันนี้ในการเรียนการสอน ครูสอน กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
กิจกรรมเคลื่อนไหว และจังหวะ มี 4 องค์ประกอบ
1. ร่ายกาย
2.พื้นที่
3.ระดับ
4.ทิศทาง
โดยครูให้นักศึหษาออกาเป็นตัวแบบให้กับเพื่อน
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย กระ ทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดลักษณะของการจัดกิจกรรม
- เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ที่มีรูปแบบของการเคลื่อนไหวดังนี้
- การเคลื่อนไหวพื้นฐาน ได้แก่ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
- การเลียนแบบ เช่น ท่าทางสัตว์ ท่าทางคน เครื่องยนต์กลไก และเครื่องเล่น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- การเคลื่อนไหวตามบทเพลง เช่น การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางประกอบเพลง
- การทำท่าทางกายบริหารประกอบเพลง เช่น การทำท่าทางกายบริหารตามจังหวะและทำนองเพลง หรือคำคล้องจอง
- การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ เช่น การเคลื่อนไหวที่ให้เด็กคิดสร้างสรรค์ท่าทางขึ้นเอง อาจชี้นำด้วยการป้อนคำถาม เคลื่อนไหวโดยใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น ห่วงหวาย แถบผ้า ริบบิ้น ถุงทราย
- การเล่นหรือการแสดงท่าทางตามคำบรรยายเรื่องราว เช่น การเคลื่อนไหวหรือแสดงท่าทางตามจินตนาการจากเรื่องราวหรือคำบรรยายที่ครูเล่า
- การปฏิบัติตามคำสั่งและข้อตกลง เช่น การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางตามสัญญาหรือคำสั่งตามที่ได้ตกลงไว้ก่อนเริ่มกิจกรรม
- การฝึกทำท่าทางเป็นผู้นำ-ผู้ตาม เช่น การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางจากความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเอง แล้วให้เพื่อนปฏิบัติตาม
- ใช้เพลง เครื่องดนตรีประกอบการเคลื่อนไหว คำคล้องจอง
- ส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ประสานสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ด้วยการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์สู่การเคลื่อนไหวลักษณะต่างๆ คือ เคลื่อนช้า ได้แก่ คืบ-คลาน เคลื่อนเร็ว เช่น วิ่ง เคลื่อนนุ่มนวล เช่น การบิน การไหว้ เคลื่อนไหวขึงขัง เช่น การกระทืบเท้าดังๆ ตีกลองดังๆ การเคลื่อนไหวแสดงท่าทางร่าเริงมีความสุข เช่น การตบมือตามจังหวะ และการเคลื่อนไหวแสดงความเศร้าโศก เสียใจ เช่น แสดงสีหน้า ท่าทาง เป็นต้น
- การเคลื่อนไหวแสดงทิศทาง เช่น ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา เคลื่อนตัวขึ้น-ลง เคลื่อนไหวรอบทิศ
มีอยู่ด้วยกันคือ
1. การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
2.การเคลื่อนไหวตามคำบรรยาย
3.การเคลื่อนไวตามคำสั่ง
4.การเคลื่อนไหวแบบผู้นำผู้ตาม
5.การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง
6.การเคลื่อนไหวโดยความจำ
กิจกรรมเคลื่อนไหว
โดยครูให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มละ 5-6 คน แล้วจับฉลาก เพื่อทำกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ในรูปแบบต่างๆ
และอาจารย์ให้กระดาษมาเพื่อมาวางแผนใน รูแบบที่เราได้
จากนั้นเริ่มได้
กลุ่มที่ 1 เคลื่อนไหวตามข้อตกลง
การเคลื่อนไหวพื้นฐาน
โดยเพื่อจะกำหนดสัญาณการเคลื่อนไหว โดย ถ้าครูเคาะ 1 ครั้ง ก้าว 1 ก้าว
ถ้าครูเคาะ 2 ครั้ง ก้าว 2 ก้าว
ถ้าครูเคาะ รัวๆ ให้เด็กๆเคลื่อนที่ไปรอบๆห้องอย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าครูเคาะ 2 ครั้งติดกันใก้เด็กหยุดอยู่กับที่
เคลื่อนไหวตามข้อตกลง
ดดยครูกำหนด คำมา มีคำว่า ท้องฟ้า ป่าไม้ ทะเล รู
ถ้าครูพูดว่า ท้องฟ้า ให้ทำท่า นก บินไปมุมท้องฟ้าที่ครูกำหนด
ถ้าครูพูดว่า ป่าไม้ ให้ทำท่า ช้างไปมุมท้องฟ้าที่ครูกำหนด
ถ้าครูพูดว่า ทะเล ให้ทำท่า ปลา ว่ายไปมุมท้องฟ้าที่ครูกำหนด
ถ้าครูพูดว่า รู ให้ทำท่า งูเลื่อยไปมุมท้องฟ้าที่ครูกำหนด
และสุดท้าย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
กลุ่มที่ 2 เคลื่อนไหวประกอบเพลง
กลุ่มที่ 3 กลุ่มดิฉันเอง
เคลื่อนไหวแบบ ผู้นำ ผู้ตาม
โดย กำหนด หน่วยสัตว์
โดยให้เด็กื้เรียบร้อยที่สุดออกมา ทำท่าสัตว์ทีตนเองอยากทำและให้ เด็กๆ ทายว่าคือตัวอะไร แล้ว พอเด็กๆทาย ก็ให้ ผู้นำ ทำท่าทางนั้นแล้วบอกว่าคือตัวอะไร แล้วให้เด็กๆที่เหลือทำตาม
จากนั้นให้ผู้นำเลือกเพื่อนที่จะมานำครั้งต่อไป
พอเสร็จกิจกรรมผู้นำผู้ตามแล้ว ก็มีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
กลุ่มที่ 4 เคลื่อนไหวตามข้อตกลง
โดยให้เด็กื้เรียบร้อยที่สุดออกมา ทำท่าสัตว์ทีตนเองอยากทำและให้ เด็กๆ ทายว่าคือตัวอะไร แล้ว พอเด็กๆทาย ก็ให้ ผู้นำ ทำท่าทางนั้นแล้วบอกว่าคือตัวอะไร แล้วให้เด็กๆที่เหลือทำตาม
จากนั้นให้ผู้นำเลือกเพื่อนที่จะมานำครั้งต่อไป
พอเสร็จกิจกรรมผู้นำผู้ตามแล้ว ก็มีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
กลุ่มที่ 4 เคลื่อนไหวตามข้อตกลง
กลุ่มที่ 5 เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
การนำไปใช้
เข้าใจกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะในรูปแบบต่างๆมากขึ้น และสามารถนำมาใช้ได้เราสามารถบูรณาการความคิดสร้างสรรค์กับศาสตร์ต่างๆได้ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาเป็นต้น
การประเมิน
ประเมินตนเอง
มีความตั้งใจเรียน และทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ สามารถนำความรู้ที่เคยเรียนมากลับมาใช้ได้ และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามต่างๆ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่ มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนและนำคำที่ครูแนะนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ได้แนะนำความรู้เทคนิค กระบวนการต่างๆให้นักศึกษามาปรับใช้สามารถทำให้นักศึกษาเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้
วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
บรรยากาศในห้องเรียน
วันนี้ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์และศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน โดยต้องคำนึงถึงพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย
เพื่อที่จะให้เด็กได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย
เพื่อที่จะให้เด็กเกิดการเรียนรู้หลายองค์
เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการคิด
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็ก
ด้านร่ายกาย
เด็กจะได้ การเจริญเติบโต
สุขภาพอนามัย
ประสานสัมพันธ์กล้ามเนื้อกับอวัยวะ
ด้านอารมณ์จิตใจ
เด็กจะได้อารามณ์ในขณะทำกิจกรรม
และการแสดงออกทางความรู้สึก
ด้านสังคม
การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
การอยู่ร่วมกัน
การช่วยเหลือตนเอง
ด้านสติปัญญา
การคิด
ควาคิดสร้างสรรค์ และ การคิดเชิงเหตุผล
ของเล่นของเด็กปฐมวัย เครื่องซักผ้า
อุปกรณ์
กล่องลัง 2 ลัง
สีเมจิสีดำ
กระดาษสี
กรรไกร
กาว
คัตเตอร์
วิธีทำ
1นำกระดาษหลังมาต่อๆกันกับกล่อง
2. นำกระดาษสีมาแแปะรอบกล่อง
3. เจาะรู ผ้าเครื่องซักผ้าเป็นวงกลม

4. ห่อให้เรียบร้อยแล้วตกแต่งให้สวยงาม
การนำไปใช้
ได้รู้ถึงการบูรณาการคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และศาสตร์อื่นๆ เข้าหากันเพื่อที่จะให้เด็กได้
เรียนรู้มากขึ้น และสามารถนำอุปกรณ์เหลือใช้มาประดิษฐ์ได้หลายหลายรูปแบบ
การประเมิน
ประเมินตนเอง
มีความตั้งใจและจดตามที่อาจารย์บอกอยู่เสมอ มีส่วนร่วมในการตอบปัญหา
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆให้ความร่วมมือกันทุกคน เข้าเรียนตรงเวลา และมีความรับผิดชอบต่องาน
ประเมินอาจารย์
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บรรยากาศในห้องเรียน
มาถึงอาจารย์ก็ทบทวนกิจกรรมครั้งที่แล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่ละฐานได้ความรู้เกี่ยวกับอะไรอย่างไร สามารถนำไปบูรณาการกับวิชาใดได้บ้าง และอาจารย์บอกว่า ผลงานของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าหากจะให้เด็กไปสู่ความคิดสร้างครูมีส่วนสำคัญในการช่วยเด็กคือจะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้แก่เด็ก ฌเยครูมีอุปกรณ์ต่างๆมาให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆและสร้างสรรค์สื่อออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย
หลังจากทวบทวนสร็จแล้วครูก็แจก กระดาษเอสี่ คนละใบแล้วจับกลุ่ม กลุ่มละ 10คนแล้วให้แต่ละคนวาดรูปทรง เรขาคณิตห้ามซ้ำกัน มาคนละ 1 รูป และให้แต่ละคนออกแบบวาดเป็นอะไรก็ได้โดยรูป
รูปทรงที่ดิฉันเลือกคือ ทรง หกเหลี่ยม
ต่อเติมความสร้างสรรค์เข้าไปเป็นหมู
ส่วนของเพื่อน รุปทรงสามเหลี่ยม
ต่อเติมความคิดสร้างสรรค์ไป เป็นปู
รูปทรง สี่เหลี่ยม
เพื่อนเติมควมสร้างสรรค์ไปเป็นทีวี โทรทัศน์
พอวาดเสร็จแล้วอาจารย์ก็ให้เอารูปไปติดที่กระดานทีละกลุ่ม
กลุ่มดิฉันเป็นกลุ่มแรก อาจารย์ก็ถามแต่ละใบไล่มาเรื่อยๆถามเกี่ยวกับสิ่งทีแล้ววาดต่อเติมจาก รูปทรงเลขาคณิต ว่าทำไมถึงวาดรูปนี้ ออกแบบมาจากอะไร การที่เราจะวาดหรือออกแบบได้นั้น ต้องออกแบบที่มาจากประสบการณ์เดิม สิ่งที่เคยเห็ยมาก่อน หรือสิ่งที่เราเห็นแต่คิดต่างจากนั้น และ การที่เราเชื่อมโยงสิ่งนั้นกับอารมณ์นั้นเอง
เช่น รูปดิฉันคือ หมุ จากรุปทรง 6 เหลี่ยม
ครูถามว่าทำไมวาดหมูในนี้ ดิฉันก็บอกว่าเคยเห็นมาสคอด ตามห้าม นี่คือสิ่งที่เคยเห็นมาก่อนและวาดตามความรู้สึกและต่างจากเดิมโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการวาดที่ต่างจากเคยเห็นเช่น หมวก เป็นต้น
จากนั้นนั้นอาจารย์ก็ให้นำกลับไปตัด และ ระบายสีให้สวยงาม
ระบายสี แล้ว ตัด เสร็จแล้วววว
จากนั้นนแปะใส่ในกระดาษ 100 ปอน
แล้วก็นำของแต่ละคนมารวมเป็นเล่มเดียวกัน
การนำไปใช้
การที่เรานำรูปทรงเลขาคณิตต่างๆมาออกแบบและเปิดโลกในตัวเองมากกว่าเดิมสามารถที่จำนำรูปทรงเหล่านี้มาเป็นสื่อในการเนรียนการสอน ในการบูรณาการได้หลากหลายวิชา ทั้ง คณิตศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาตร์ เป็นต้น และที่สำคัญในการเรียนการสอนนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือครูจะต้องยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล
การประเมินผล
ประเมินตนเอง
เข้าห้องเรียนตรงเวลา มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่ มีส่วนร่วมในการร่วมตอบคำถาม
ประเมินเพื่อน
เพื่อนทุกคนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเต็มที่ และออกแบบงานได้หลายหลาย
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีความพร้อมก่อนเรียนทุกครั้ง ในเรื่องของการเรรียนการสอน และอุปกรณ์ที่ให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรม และอาจารย์ยังมีการทวนความรู้เกา่ามาเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่อีกด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บรรยากาศในห้องเรียน
เริ่มต้นจากการที่อาจารย์ถามเกี่ยวกับการคิดสร้างสรรค์คืออะไร มีอะไรบ้าง แต่ละอันมีความหมายว่าอย่างไร
องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด ซึ่งเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถทางสมองที่คิดได้อย่างซับซ้อน กว้างไกล หลายทิศทาง หรือที่เรียกว่า คิดอเนกนัย (Divergent thinking) ซึ่งประกอบด้วย
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
4. ความคิดละเอียดลออ(Elaboration)
1. ความคิดริเริ่ม (Originality) หมายถึง ความคิดแปลกใหม่ไม่ซ้ำกันกับความคิดของคนอื่น และแตกต่างจากความคิดธรรมดา ความคิดริเริ่มอาจเกิดจากการคิดจากเดิมที่มีอยู่แล้วให้แปลกแตกต่างจากที่เคยเห็น
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency) หมายถึง ปริมาณความคิดที่ไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
2.1 ความคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคำ (Word Fluency) เป็นความสามารถในการใช้ถ้อยคำอย่างคล่องแคล่ว
2.2 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านการโยงสัมพันธ์ (Associational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดหาถ้อยคำที่เหมือนกันได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ภายในเวลาที่กำหนด
2.3 ความคล่องแคล่วทางด้านการแสดงออก (Expression Fluency) เป็นความสามารถในการใช้วลีหรือประโยค กล่าวคือ สามารถที่จะนำคำมาเรียงกันอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ประโยคที่ต้องการ
2.4 ความคล่องแคล่วในการคิด (Ideational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดค้นสิ่งที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง ประเภทหรือแบบของการคิดแบ่งออกเป็น
3.1 ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เป็นความสามารถที่จะพยายามคิดได้หลายทางอย่างอิสระ ตัวอย่างของคนที่มีความคิดยืดหยุ่นในด้านนี้จะคิดได้ว่าประโยชน์ของหนังสือพิมพ์มีอะไรบ้าง ความคิดของผู้ที่ยืดหยุ่นสามารถจัดกลุ่มได้หลายทิศทางหรือหลายด้าน
3.2 ความคิดยืดหยุ่นทางด้านการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) หมายถึง ความสามารถในการดัดแปลงความรู้ หรือประสบการณให้เกิดประโยชน์หลายๆ ด้าน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ผู้ที่มีความยืดหยุ่นจะคิดดัดแปลงได้ไม่ซ้ำกัน
4. ความคิดละเอียดละออ (Elaboration) หมายถึง ความคิดในรายละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน หรือเป็นแผนงานที่สมบูรณ์ขึ้น ความคิดละเอียดละออจัดเป็นรายละเอียดที่นำมาตกแต่ง ขยายความคิดครั้งแรกให้สมบูรณ์ขึ้น
และท้ายที่สุด เมื่อคนเาเกิดความคิดที่หลายหลาก มีความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์ต่างๆ โดยมีสิ่งเร้าในการกระตุ้นทำให้เกิดความคิดที่ค่อกัน เริ่มจาการคิดริเริ่ม คิดคล่องแคล่ว คิดยืดหยุ่น คิดละเอียดอะออแล้วก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น
วันนี้อาจารย์มีกิจกรรมมากกมายและหลากหลายที่เกี่ยวกับ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมศิลปะ
โดยมีกิจกรรมทั้งหมด 4 กิจกรรม จัดเป็นฐานๆ ให้นักศึกษาทำกิจกรรมแต่ละฐานวนกันไปจนครบทั้งหมด
โดยกิจกรรมที่ 1 ที่ดิฉันทำกิจกรรมคือ
องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด ซึ่งเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถทางสมองที่คิดได้อย่างซับซ้อน กว้างไกล หลายทิศทาง หรือที่เรียกว่า คิดอเนกนัย (Divergent thinking) ซึ่งประกอบด้วย
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
4. ความคิดละเอียดลออ(Elaboration)
1. ความคิดริเริ่ม (Originality) หมายถึง ความคิดแปลกใหม่ไม่ซ้ำกันกับความคิดของคนอื่น และแตกต่างจากความคิดธรรมดา ความคิดริเริ่มอาจเกิดจากการคิดจากเดิมที่มีอยู่แล้วให้แปลกแตกต่างจากที่เคยเห็น
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency) หมายถึง ปริมาณความคิดที่ไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
2.1 ความคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคำ (Word Fluency) เป็นความสามารถในการใช้ถ้อยคำอย่างคล่องแคล่ว
2.2 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านการโยงสัมพันธ์ (Associational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดหาถ้อยคำที่เหมือนกันได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ภายในเวลาที่กำหนด
2.3 ความคล่องแคล่วทางด้านการแสดงออก (Expression Fluency) เป็นความสามารถในการใช้วลีหรือประโยค กล่าวคือ สามารถที่จะนำคำมาเรียงกันอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ประโยคที่ต้องการ
2.4 ความคล่องแคล่วในการคิด (Ideational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดค้นสิ่งที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง ประเภทหรือแบบของการคิดแบ่งออกเป็น
3.1 ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เป็นความสามารถที่จะพยายามคิดได้หลายทางอย่างอิสระ ตัวอย่างของคนที่มีความคิดยืดหยุ่นในด้านนี้จะคิดได้ว่าประโยชน์ของหนังสือพิมพ์มีอะไรบ้าง ความคิดของผู้ที่ยืดหยุ่นสามารถจัดกลุ่มได้หลายทิศทางหรือหลายด้าน
3.2 ความคิดยืดหยุ่นทางด้านการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) หมายถึง ความสามารถในการดัดแปลงความรู้ หรือประสบการณให้เกิดประโยชน์หลายๆ ด้าน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ผู้ที่มีความยืดหยุ่นจะคิดดัดแปลงได้ไม่ซ้ำกัน
4. ความคิดละเอียดละออ (Elaboration) หมายถึง ความคิดในรายละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน หรือเป็นแผนงานที่สมบูรณ์ขึ้น ความคิดละเอียดละออจัดเป็นรายละเอียดที่นำมาตกแต่ง ขยายความคิดครั้งแรกให้สมบูรณ์ขึ้น
และท้ายที่สุด เมื่อคนเาเกิดความคิดที่หลายหลาก มีความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์ต่างๆ โดยมีสิ่งเร้าในการกระตุ้นทำให้เกิดความคิดที่ค่อกัน เริ่มจาการคิดริเริ่ม คิดคล่องแคล่ว คิดยืดหยุ่น คิดละเอียดอะออแล้วก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น
โดยมีกิจกรรมทั้งหมด 4 กิจกรรม จัดเป็นฐานๆ ให้นักศึกษาทำกิจกรรมแต่ละฐานวนกันไปจนครบทั้งหมด
โดยกิจกรรมที่ 1 ที่ดิฉันทำกิจกรรมคือ
กิจกรรม ทำผีเสื้อโดยใช้มือเรา
อุปกรณ์
- สีน้ำ
- สีเทียน
- กระดาษ เอสี่
- พู่กัน
- กรรไกร
- แม็ก
วิธีการทำ
นำสีทาที่มือเราให้ทั่วมือ ทั้ง 2 ข้าง
แล้ว จุ้ม ลงบนกระดาษให้เป็นรอยมือของเรา
แล้วรอให้สีแห้งจากนั้นตกแต่งปีกผีเสื้อให้สวยงาม แล้วตัดตามรอยจากนั้นก้ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงแล้วนำไปติดกับปีกทั้ง สองทั้ง
แต๊นนนนนน.................... นี่คือผีเสื้อน้อยๆของฉัน
กิจกรรม ประดิษฐ์แมลงน้อยจากแกนทิชชู
อุปกรณ์
แกนกระดาษทิชชู
เชือก
สี
กระดาษ
ที่เจาะรู
วิธีทำ
วาดรูปแมลงลงไปในกิจกรรมนี้เลือกทำผึ้ง จากนั้นระบายสีให้สวยงามจากนั้นตัดแกนกระดาษทิชชูครึ่งนึงแล้วเจาะรูทั้งหมด 4 รูแล้วนำเชือกรอยลงไปสลลับกันไปมาแล้วนำผึ้งมาติด กับแกนทิชชู แล้วดึงสลับไปขึ้นลงจะสามารถทำให้แมลงเลื่อนขึ้นลง เหมือนว่ากำลังบินอยู่ได้นั้นเอง
กิจกรรม เป่าสีฟองสบู่
อุปกรณ์
หลอด
สีที่ผสมสบู่หรือน้ำยาล้างจาน
กระดาษ
วิธีการทำ เป่าสีลงกระดาษตัวเองตามจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง นำไปบูรณาการในวิชาวิทยาศาสตร์ได้ด้วย เรื่องแรงดันากาศ สสาร เป็นต้น
กิจกรรม ประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ จากจานกระดาษ
อุปกรณ์
จานกระดาษ
สีเทียน
กรรไกร
กาว
เชือก
ไม้แหลม
วิธีการทำ
เลือกประดิษฐ์ งูที่สามารถขยับปากและขับตัวเลื่อยไปไปมาได้
ทำจานพับครึ่งแล้วเจาะรูตรงกลางเอากระดาษตัเป้็นท่อนๆดต่อกันเป็นตัวงูและเอาไม้แหลมหักเป็นซีกๆ เพื่อที่จะให้งูเลื่อยได้ ระบายสีตกแต่งให้สวยงาม
กิจกรรมนี้โดยครูกำหนดไว้ว่าห้ามทำซ้ำกัน ทำให้แต่ละความมีชิ้นงานที่หลายหลากและแตกต่างกันออกไป เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดความคิดต่างๆและสร้างสรรค์ผลงานออกมา
มาดูผลงานทั้งหมดกัน
จากนั้นครูก็มาสรุปกิจกรรมที่ได้ทำกันไปว่าการที่ทำกิจกรรมที่ทำในวันนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้างบูรณาการกับวิชาใดและการที่เป็นครูที่ดี ต้องไม่ปิดกั้นความคิดเห็นของเด็ก รับฟังความคิดเห็น ยอมรับข้อแตกแต่งระหว่างเด็กแต่ละคน
การนำไปใช้
สามารถนำกิจกรรมต่างๆไปใช้ได้ในหน่วยต่างๆ เช่น หน่วยผีเสื้อ และสามารถบูรณาการได้หลากหลายวิชา เช่นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ เป็นต้น
การประเมินผล
ประเมินตนเอง
ตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่ ให้ความร่วมมือแก่เพื่อนๆและครู
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจทำกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการตอบคำถามต่างๆ
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีความพร้อมในการสอน และมีกิจกรรมที่หลายหลายมาให้นักศึกษาอยู่ตลอด
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



























































